ที่มาโครงการ
ถึงแม้ว่า ประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออกแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่เป็นลำดับ 3 ของโลก แต่โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังส่วนใหญ่ยังคงดำเนินการบริหารกระบวนการผลิตโดยอาศัยทักษะเฉพาะบุคคล ก่อให้เกิดปัญหาซ้ำเดิมเป็นประจำ ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ และเกิดของเสียปริมาณมากระหว่างกระบวนการผลิต
|
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) จึงร่วมกันดำเนินโครงการ “พัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านพลังงานและทรัพยากรในอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง” เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตให้แก่บุคลากรผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังของไทย ด้วยงบประมาณร่วมระหว่าง GIZ และ สวทช. กว่า 10 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (พฤษภาคม 2552 – เมษายน 2554)
|
|
วัตถุประสงค์โครงการ
- ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังดิบ โดยลดการใช้พลังงานและทรัพยากร และลดการสูญเสียระหว่างกระบวนการผลิต
- พัฒนาต้นแบบการลดการสูญเสียให้เกือบเป็นศูนย์ (Near Zero Waste) สำหรับโรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลังดิบ
- ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงเศรษฐนิเวศด้านพลังงานในโรงงานแป้งมันสำปะหลังที่เข้าร่วมโครงการ
|
  |
กลุ่มเป้าหมาย
เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาเชิงประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง จึงมีการแบ่งกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ผู้ประกอบการ ผู้จัดการสายการผลิต และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยการผลิต อย่างน้อย 150 คน จากโรงงาน 30 แห่ง ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการการผลิต
- ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานของรัฐ สถานบันการศึกษา องค์กรอิสระ และบริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงานและ สิ่งแวดล้อม อย่างน้อย 60 คน ได้รับการเสริมสร้างทักษะและพัฒนาให้เป็นที่ปรึกษาด้านการเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน และทรัพยากรในกระบวนการผลิตสำหรับอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง และ
- บัณฑิตวิศวกรรม อย่างน้อย 80 คน ได้รับการพัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานใน อุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง
กิจกรรมหลักภายใต้โครงการ
- การพัฒนาคู่มือและหลักสูตร “การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและทรัพยากรสำหรับอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลัง”
- การพัฒนาและส่งเสริมแนวทางการลดการสูญเสียให้เกือบเป็นศูนย์ โดยการศึกษาความเป็นไปได้ พัฒนาต้นแบบ และขยายผลสู่โรงงานอื่นๆ โดยผนวกเข้ากับหลักสูตรที่พัฒนาขึ้น
- การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการให้คำปรึกษาหลังการฝึกอบรม
- การสร้างเครือข่ายด้านพลังงานและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นศูนย์กลางเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านระบบสารสนเทศและสื่อสิ่งพิมพ์ และดำเนินกิจกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเศรษฐนิเวศด้านพลังงาน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
โรงงานที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 540 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้พลังงานและทรัพยากรที่ลดลงอย่างน้อยร้อยละ 10 และการสูญเสียทรัพยากรระหว่างกระบวนการผลิตที่ลดลงอย่างน้อยร้อยละ 5
นอกจากนี้ โครงการยังมีส่วนช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพเชิงสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม และลดการปลดปล่อยมลพิษที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศอีกด้วย |