ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« October 2019 »
S M T W T F S
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31

กิจกรรม

ข่าว

"เฉลิมชัย" ผวาโรคระบาดใบด่างมันสำปะหลังระบาดหนัก (ข่าววันที่ 7 กันยายน 2562)
ลาม 8 จังหวัด แนวชายแดนไทย-กัมพูชา หวั่นกระทบเศรษฐกิจกว่าแสนล้านบาท สั่งทำลายแปลงมันทิ้ง 4.5 หมื่นไร่ พร้อมชดเชยเกษตรกรไร่ละ 3 พันรายละไม่เกิน 30 ไร่
เมื่อวันที่ 7 ก.ย. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ครม. เห็นชอบการดำเนินการและเบิกจ่ายงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ไม่สามารถขายผลผลิตคุณภาพดีได้เนื่องจากต้นมันในแปลงติดโรคใบด่างมันสำปะหลัง โดยอนุมัติเงิน 272 ล้านบาท ทั้งนี้แนวทางจ่ายค่าชดเชยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับผลกระทบจะได้รับไม่เกิน 3,000 บาทต่อไร่และเป็นค่าทำลายไร่ละ 3,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร จะทำลายต้นมันสำปะหลังที่ติดโรค โดยการขุด ถอน และฝังดินทั้งแปลง ​ ขณะนี้ครม.​ ให้ความเห็นชอบการดำเนินการและเบิกจ่ายงบประมาณดังกล่าวแล้ว รวมงบประมาณ​ที่อนุมัติไว้ 272 ล้านบาทแบ่งเป็น​ ค่าชดเชย 136 ล้านบาทและค่าทำลาย 136 ล้านบาท เชื่อ​มั่น​ว่า​ จะทำให้เกษตรกรร่วมมือกับภาครัฐในการแจ้งโรคและยินยอมให้​ทำลายมันยกแปลงดพื่อป้องกัน​การแพร่ระบาดของโรค
 
นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่สามารถขายผลผลิตคุณภาพดีได้ โดยชดเชยให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับผลกระทบไร่ละไม่เกิน 3,000 บาท และเป็นค่าทำลาย ไร่ละ 3,000 บาท จะทำลายไร่มันสำปะหลังที่ติดโรค โดยการขุด ถอน และฝังดิน ปัจจุบันพบการระบาดใน 8 จังหวัดแนวชายแดนใกล้ประเทศกัมพูชาได้แก่ จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สระแก้ว สุรินทร์ ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และชลบุรี โดยสำรวจแล้วพบว่า จะต้องทำลายแปลงมันสำปะหลังถึง 45,399 ไร่
 
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ได้รับ​รายงาน​จากกรมวิชาการเกษตรถึงการเกิดโรคใบด่างในมันสำปะหลังว่า​ เกิดจากเชื้อไวรัส Sri Lankan Cassava Mosaic Virus หรือ SLCMV ทำให้ใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง ยอดที่แตกใหม่จะแสดงอาการใบเหลือง ลำต้นแคระแกร็น หัวมันจะเล็ก และมีเชื้อแป้งน้อย ปี 2561 พบการระบาดที่จังหวัดรัตนคีรี ราชอาณาจักรกัมพูชาก่อน​ แล้วแพร่เข้ามาในจังหวัดสระแก้ว จากนั้นขยายออกไปยังพื้นที่ปลูกมันอื่นๆ จากการซื้อขายท่อนพันธุ์มันที่มีติดเชื้อและมีแมลงหวี่ขาวยาสูบซึ่งเป็นพาะนำโรคไป อีกทั้งสถานการณ์ภัยแล้งเกิดขึ้นทำให้ชาวไร่มันปลูกมันไปแล้ว 2-3 รอบเสียหายหมด ต้องปลูกใหม่อีก เกษตรกรจึงต้องการท่อนพันธุ์มันมากขึ้น มีการเคลื่อนย้ายท่อนพันธุ์จากพื้นที่เกิดโรคไปยังจังหวัดอื่นๆ ส่งผลให้ระบาดเป็นวงกว้างขึ้น
 
รมว.เกษตรฯ กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้ได้กำชับให้ทั้งกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมเกษตร บูรณาการควบคุมและยับยั้งการระบาดของโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังเพื่อไม่ให้สร้างความเสียหายต่อการผลิตและการค้ามันสำปะหลังของไทยที่มีมูลค่าแสนล้านบาทต่อปี โดยให้เร่งผลิตท่อนพันธุ์สะอาดและปลอดโรคเพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูก รวมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรให้ซื้อท่อนพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ซึ่งมีทั้งหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทยซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่ม​ของภาคเอกชนซึ่งกำลัง​วิจัยและเร่งผลิต​ท่อนพันธุ์มันที่สะอาด​ มีคุณภาพ แข็งแรง ให้ผลผลิตดี ที่สำคัญคือ ปลอดเชื้อและพาหะนำโรคใบด่างมันสำปะหลัง
 
ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร​ (สศก.) รายงานว่า ไทยมีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 50 จังหวัดกว่า 8.6 ล้านไร่ เกษตรกร 523,589 ครัวเรือน สั่งการกรมวิชาการเกษตรตรวจเข้มทุกด่านพรมแดนไม่ให้มีการลักลอบนำท่อนพันธุ์มันเข้ามาเนื่องจากเชื้อไวรัสและแมลงพาหะจะติดมากับท่อนมัน ส่วนการนำเข้ามันเส้นและหัวมันสดที่ไม่ติดเหง้าหรือส่วนขยายพันธุ์มาด้วยยังสามารถนำเข้าได้ ส่วนเกษตรกรต้องเลือกใช้ท่อนพันธุ์ที่ปลอดโรคและทราบแหล่งที่มา สำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ กำจัดแมลงพาหะนำโรค นอกจากนี้ หากพบมันสำปะหลังที่มีอาการข้างต้นให้รีบแจ้งสำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดทันทีเพื่อจะได้ไปตรวจสอบ หากพบว่า ติดเชื้อใบด่างมันสำปะหลังจะได้ทำลายทิ้งทันที ป้องกันโรคลุกลาม ช่วยให้อุตสาหกรรมต่อเนื่องได้แก่ การผลิตแป้งมัน มันเส้น และอื่นๆ ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงนับแสนล้านบาทต่อปีของไทยไม่ให้เสียหายทั้งระบบ
 
 
ที่มา: เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/politics/730219