ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« August 2019 »
S M T W T F S
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

กิจกรรม

ข่าว

ครม.ไฟเขียวมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรโดนภัยแล้ง-เล็งขอเพิ่มงบชดเชยภัยพิบัติ (ข่าววันที่ 30 กรกฎาคม 2562)
ครม.ไฟเขียวมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรโดนภัยแล้ง – เล็งขอเพิ่มงบชดเชยภัยพิบัติ ชี้ของเดิมเป็นตัวเลขที่ล้าสมัย ควรพิจารณาปรับเพิ่มขึ้นให้เกษตรกร

 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงปี 2562 โดยระยะเร่งด่วนเร่งดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและพื้นที่การเกษตรที่ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง โดยในส่วนของเงินชดเชยกรณีเสียหายโดยสิ้นเชิง ทางนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ จะนำหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้งก่อนนำเสนอกลับไปยังครม. เพื่อขอปรับวงเงินชดเชยเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ตัวเลขเดิมที่สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังชดเชยให้กับพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิงจากภัยธรรมชาติ ดังนี้คือ ข้าว ไร่ละ 1,113 บาท/ไร่ พืชไร่ 1,148 บาท/ไร่ พืชสวน และอื่น 1,690 บาท ชดเชยรายละไม่เกิน 30 ไร่ กรณีพืชที่เพาะปลูกถูกดิน หิน ทราย ไม้ โคลนทับให้ช่วยเหลือ 7,000 บาทไม่เกิน 5 ไร่/ราย ตัวเลขเหล่านี้เป็นตัวเลขที่ล้าสมัย ควรพิจารณาปรับเพิ่มขึ้นให้เกษตรกร
 
“ในส่วนของการจ่ายชดเชย หากมีการประกาศเขตภัยพิบัติ กระทรวงการคลังจะจ่ายให้เกษตรกรในวงเงินช่วยเหลือเดิม แต่หากการหารือเห็นว่าต้องชดเชยเพิ่มก็จะจ่ายเพิ่มในส่วนที่พิจารณาว่าเหมาะสม”
 
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สำหรับการบรรเทาความเดือดร้อนด้านรายได้เพื่อเสริมสภาพคล่องของเศรษฐกิจครัวเรือนเกษตรกรที่ประสบภัยฝนทิ้งช่วง โดยการสนับสนุนเงินทุนแก่สมาชิกสหกรณ์ สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์ให้สหกรณ์วงเงิน 1,600 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1% เป็นระยะเวลา 3-5 ปี โดยมีวงเงินกู้ให้สมาชิกรายละไม่เกิน 30,00-50,000 บาท ผ่านการดำเนินโครงการ ดังนี้คือ
 
โครงการส่งเสริมอาชีพสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง วงเงิน 600 ล้านบาท มี 2 กิจกรรม ได้แก่ ให้สมาชิกกู้ยืมเพื่อพัฒนาอาชีพ และเพื่อจัดหาแหล่งน้ำทำการเกษตร , โครงการจัดหาแหล่งน้ำให้สมาชิกสหกรณ์ วงเงิน 400 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาธุรกิจสหกรณ์ วงเงิน 600 ล้านบาท
 
ทั้งนี้ การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง กรณี พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายสิ้นเชิง และจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือฯ เกษตรกรจะได้รับการช่วยเหลือ ข้าว ไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ ไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆ ไร่ละ 1,690 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ โดยเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือภายใน 90 วัน
 
ส่วนโครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2562 เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงที่ซื้อประกันภัยกับ ธ.ก.ส. จะได้รับการช่วยเหลือ ไร่ละ 1,260 บาท และโครงการประกันภัยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีการผลิต 2562 เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายสิ้นเชิงที่ซื้อประกันภัยกับ ธ.ก.ส. จะได้รับการช่วยเหลือ ไร่ละ 1,500 บาท
 
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมการข้าว เตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าว เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง (มิ.ย.-ส.ค. 2562) ตามความต้องการพันธุ์ข้าวของเกษตรกร โดยต้องคำนึงปริมาณน้ำและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่การดำเนินการในระยะต่อไป ประเมินความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำต้นทุนในอนาคต เพื่อนำไปสู่การบริหารความต้องการน้ำภาคเกษตรและวางแผนการเพาะปลูกพืชที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำ
 
ด้านนายเฉลิมชัย กล่าวว่า ให้พิจารณาอัตราการชดเชยใหม่ โดยคณะกรรมการมาพิจารณา จะประเมินความเสี่ยงต่อระดับความมั่นคงด้านอาหาร และผลกระทบต่อการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร การดำรงชีวิต และสภาพคล่องทางการเงินของครัวเรือนเกษตรกร รวมทั้งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยหากพบความเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายต่อผลผลิต เกษตรกรเสียโอกาสในการผลิตและกระทบต่อรายได้ในครัวเรือนจนอาจทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน และไม่สามารถดำรงชีพขั้นพื้นฐานซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน และจะเตรียมนำเสนอพิจารณามาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ ให้สามารถปรับตัวและมีความพร้อมที่จะเผชิญเหตุและสามารถบริหารความเสี่ยงได้ด้วยตนเองในระดับหนึ่ง เช่น มาตรการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน มาตรการเพิ่มขีดความสามารถการผลิตและการตลาด โดยยึดหลักที่จะไม่สร้างภาระงบประมาณภาครัฐ รวมทั้งเป็นมาตรการที่ส่งเสริมให้เกษตรกรมีศักยภาพ และความพร้อมที่จะรับมือกับภาวะฝนทิ้งช่วง ในอนาคตได้ดีกว่าปัจจุบันรวมทั้ง เป็นมาตรการที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบได้ในห้วงเวลาที่เหมาะสมหรือทันต่อสถานการณ์ต่อไป
 
 
ที่มา: ข่าวสด
https://www.khaosod.co.th/economics/news_2757277