ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« July 2019 »
S M T W T F S
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31

กิจกรรม

ข่าว

เจ๋ง! ศูนย์วิจัยเกษตรฯ ขอนแก่นประดิษฐ์รถกำจัดวัชพืชและหว่านปุ๋ยอินทรีย์ในเครื่องเดียว (ข่าววันที่ 11 เมษายน 2562)
ศูนย์วิจัยเกษตรฯ ขอนแก่นประดิษฐ์รถกำจัดวัชพืชและหว่านปุ๋ยอินทรีย์มันสำปะหลังได้ด้วยภายในเวลาเดียวกัน ช่วยลดใช้สารเคมีอันตรายและลดต้นทุนการทำไร่มัน ทั้งยังช่วยเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ที่ตลาดต้องการสูง

ที่แปลงทดลองปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์พันธุ์ใหม่ของกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล จำกัด ซึ่งร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ได้นำเกษตรกรกว่า 200 คนที่เข้าร่วมโครงการปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์จากหลายอำเภอของจังหวัดอุบลราชธานี เข้าดูการทำงานนวัตกรรมใหม่เครื่องกำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงในแปลงมันสำปะหลังในเวลาเดียวกัน

ซึ่งคิดค้นและออกแบบโดยนายวุฒิพล จันทร์สระคู นักวิศวการเกษตร ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมขอนแก่น สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร โดยการทำงานของเครื่องกำจัดวัชพืชและหว่านปุ๋ยนี้ใช้รถแทรกเตอร์ขนาดเล็กเป็นตัวลากชุดถังเก็บและโรยปุ๋ยหมักขนาด 300 กิโลกรัมได้ครั้งละ 2 แถว มีอัตราการโรย 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่
 
ส่วนด้านล่างของถังโรยปุ๋ยหมักติดตั้งชุดกำจัดวัชพืชแบบผาลจานขนาด 4 ผาล และสามารถปรับมุมเอียงของผาลใช้ไถพลิกดินได้ตามสภาพดินในไร่มันสำปะหลังของแต่ละพื้นที่
 
การคิดค้นและออกแบบชุดกำจัดและโรยปุ๋ยไปพร้อมกันดังกล่าว นายวุฒิพลกล่าวว่า สืบเนื่องจากการทำไร่มันสำปะหลังอินทรีย์หรือไร่มันสำปะหลังทั่วไป ซึ่งเริ่มปลูกในเดือนเมษายนของทุกปี กว่าหัวมันจะโตเก็บเกี่ยวได้ เกษตรกรต้องคอยดูแลกำจัดวัชพืชที่เกิดตามร่องเป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งวัชพืชสำคัญของไร่มันสำปะหลังก็คือ หญ้า
 
ในไร่มันสำปะหลังของเกษตรกรจังหวัดอุบลราชธานีนิยมปลูกแบบอินทรีย์ ต้องเสียค่าจ้างแรงงานมากำจัดวัชพืชไม่น้อยกว่าไร่ละ 1,000 บาท ส่วนเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังแบบเคมีก็จะหันไปใช้ยาฆ่าหญ้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเกษตรกร
 
แต่เมื่อมีรถกำจัดและโรยปุ๋ยที่ออกแบบขึ้นมาจะช่วยประหยัดค่าจ้างแรงงานและไม่ต้องใช้สารเคมีไปฆ่าหญ้า เนื่องจากผาลที่ไถพรวนดินจะเป็นตัวกำจัดวัชพืชที่เกิดขึ้นตามร่องของมันสำปะหลังอย่างอัตโนมัติ
 
“ประสิทธิภาพการทำงานของรถกำจัดวัชพืชชนิดนี้ยังให้เวลารวดเร็วในการทำงานคือเฉลี่ย 2-2.5 ไร่ต่อชั่วโมง ทำให้เกษตรกรไม่ต้องอยู่กลางไร่เป็นเวลานานๆ เหมือนในอดีต และมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 2.5 ลิตร และมูลค่าของเครื่องต้นแบบนี้มีราคาประมาณ 5 หมื่นบาทเท่านั้น”
 
ด้านนายจักรพรรดิ วุ้นสีแซง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 กรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงประสิทธิภาพหากเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังนำเครื่องกำจัดวัชพืชและโรยปุ๋ยอินทรีย์ไปใช้จะเกิดประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะลดค่าแรงงานอย่างเดียวแก่เกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังอินทรีย์ ยังช่วยเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ซึ่งขณะนี้ตลาดมีความต้องการมันสำปะหลังอินทรีย์เป็นจำนวนมาก 
 
แต่เกษตรกรมีกำลังการผลิตจำกัด และมีปัญหาด้านการกำจัดวัชพืชที่มาทำลายผลผลิต ทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อย เมื่อนำรถที่ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมขอนแก่น สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร คิดค้นขึ้นมาก็จะได้ผลผลิตเต็มที่
 
ทั้งยังมีผลถึงเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังแบบเคมี ก็สามารถนำเครื่องจักรชนิดนี้ใช้กำจัดวัชพืชโดยไม่จำเป็นต้องมาใช้สารไกลโฟเซต หรือพาราควอต ซึ่งเป็นสารกำจัดวัชพืชที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเกษตรกรอย่างร้ายแรงขณะนี้ หากมีการนำเครื่องกำจัดวัชพืชใช้อย่างกว้างขวางจะช่วยลดการใช้สารทั้งสองชนิดได้อย่างมากด้วย
 
นายอุทิศ ประดิษฐ์ศิลป์ เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังบ้านนาสะแบง ต.หนองกินเพล อ.วารินชำราบ กล่าวถึงต้นทุนการผลิตในปีแรกน่าจะใกล้เคียงกับการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช แต่มีผลดีคือ ไม่ต้องรับสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งตนเคยมีประสบการณ์ เมื่อยังปลูกมันสำปะหลังโดยใช้สารเคมี ทำให้สารเคมีใช้กำจัดหญ้าไหลลงมารวมกันอยู่ตามร่อง เมื่อมีแผลเพียงเล็กน้อย แล้วไปสัมผัสถูกเข้า ก็ทำให้ร่างกายเกิดเป็นแผลติดเชื้อต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 2-3 วัน ทุกวันนี้ จึงหันมาทำเกษตรกรแบบอินทรีย์
 
สำหรับประโยชน์ของรถกำจัดวัชพืชที่นำมาสาธิตให้ดูในวันนี้ ตนเชื่อว่าเกิดประโยชน์แก่เกษตรกรที่นำไปใช้ทั้งลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน ทำให้เกษตรกรมีกำไรเพิ่มขึ้นเพราะไม่ต้องจ้างคนมาฉีดยาฆ่าวัชพืช เมื่อมีเครื่องมือเกษตรกรก็จะหันมาทำเอง ก็ทำให้มีกำไรมากขึ้น
 
จังหวัดอุบลราชธานีเป็นจังหวัดเดียวของประเทศไทยที่มีการปลูกมันสำปะหลังแบบอินทรีย์ โดยปีการผลิต 2559/2560 ซึ่งเป็นปีแรกที่กรมวิชาการเกษตรร่วมกับกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล จำกัด สนับสนุนเกษตรกรให้ปลูกมันสำปะหลังแบบอินทรีย์ โดยมีการประกันราคารับซื้อผลผลิตทั้งหมด ในราคาที่สูงกว่ามันสำปะหลังทั่วไปกิโลกรัมละเกือบ 2 บาท มีเกษตรกรเข้าร่วมเพียง 9 ราย และมีพื้นที่ใช้เพาะปลูกรวมกันเพียง 28 ไร่เศษ ใน 3 อำเภอ
 
แต่หลังจากนั้นเมื่อเกษตรกรเห็นผลผลิตมันสำปะหลังที่ให้น้ำหนักของมันมากกว่ามันสำปะหลังแบบเคมี พร้อมมีต้นทุนการผลิตถูกกว่า ก็มีเกษตรกรสนใจเข้าร่วมในปีต่อๆ มาเพิ่มแบบก้าวกระโดด สำหรับฤดูการผลิตมันสำปะหลังปี 2562/2563 นี้ มีพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มขึ้นเป็น 12 อำเภอ กว่า 11,000 ไร่ จำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วมเป็นรุ่นที่ 4 คือ 1,921 ราย
 
ผลผลิตมันสำปะหลังแบบอินทรีย์ทั้งหมดถูกนำไปแปรรูปทำเป็นแป้งมัน ส่งให้ผู้ผลิตขนมปังและอาหารการกิน และปีนี้มีราคารับประกันซื้อมันสำปะหลังแบบอินทรีย์ที่กิโลกรัมละ 3-3.50 บาท
 
ส่วนเกษตรกรหรือผู้สนใจรายใดต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องกำจัดวัชพืชและโรยปุ๋ยอินทรีย์ที่ศูนย์วิจัยเกษตรกรรมขอนแก่นคิดค้นขึ้นมาใช้ครั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-4325-5038 ในเวลาราชการ
 
 
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/local/detail/9620000035616