ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« April 2019 »
S M T W T F S
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30

กิจกรรม

ข่าว

ชลประทานเตรียมพร้อม รับมือแล้งยาว-ฝนน้อย (ข่าววันที่ 30 มีนาคม 2562)
ปรากฏการณ์เอลนิโญ่อ่อน ๆ ส่อเค้าประเทศไทยจะเจอภาวะฝนน้อยและแล้งยาว ชลประทาน เตรียมแผนบริหารน้ำทุกหยดส่งถึงมือเกษตรกร หวังให้ผ่านฤดูแล้งไปได้สบาย ๆ ภายใต้เงื่อนไขเกษตรกรและทุกหน่วยงานต้องร่วมมือ

ไอลมร้อนที่รู้สึกอบอ้าวกว่าปีก่อน ๆ เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกหน่วยงาน ต้องเตรียมพร้อมรับมือความแห้งแล้งในปีนี้ จนกว่าห่าฝนแรกจะเทลงมาในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้จัดทำแผนบริหารน้ำในปี 2562 โดยกำหนดเป้าหมายว่า จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและคำนึงถึงความต่อเนื่องที่จะให้เหลือน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งปีถัดไป พร้อมกับ นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรฯ กำหนดเป้าหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดต้องร่วมมือกันช่วยเหลือเกษตรกรให้ข้ามผ่านพ้นฤดูแล้งไปได้

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานได้สนองนโยบาย โดยกำหนดแผนการจัดสรรน้ำ เพื่อส่งให้กับทุกภาคส่วนอย่างเพียงพอ เริ่มจากนำปริมาณน้ำกักเก็บตามเขื่อนต่าง ๆ มาประมวลเข้ากับสภาพอากาศที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ ซึ่งคาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนประมาณสัปดาห์ที่สามของเดือนพฤษภาคม เทียบจากปีที่แล้วฤดูฝนมาช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ฉะนั้นในปีนี้จึงมีสภาวะ เอลนิโญ อ่อน ๆ นั่นคือ ฤดูแล้งยาวนานกว่าปกติ และปริมาณน้ำฝนตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

กรมชลประทานต้องนำน้ำจากเขื่อนต่าง ๆ ส่งไปให้ถึงทุกพื้นที่ในเขตชลประทาน ส่วนพื้นที่นอกเขตชลประทาน จะอาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งน้ำชลประทาน แล้วชักน้ำส่งไปให้ถึงชาวบ้าน ถ้าไม่มีแหล่งน้ำใกล้เคียง จะใช้รถบรรทุกของกรมชลประทานขนน้ำไปส่งให้ทุกพื้นที่ที่ขาดแคลนอย่างรุนแรง โดยประสานข้อมูลกับทุกส่วนราชการ ตามที่ รมว.เกษตรฯ สั่งการว่า พื้นที่ใดแล้งมากก็ต้องทำให้แล้งน้อย หรือทำให้ไม่มีปัญหาความแห้งแล้งเลย อย่างเช่น จ.บุรีรัมย์ แก้ปัญหาโดยชักน้ำจากลำปลายมาศมาไว้อ่างจระเข้มากเพื่อผลิตน้ำประปา 

ส่วน เชียงใหม่ ชัยภูมิ นครสวรรค์ เลย กาญจนบุรี ราชบุรี และนครราชสีมา ก็ต้องชักน้ำจากแหล่งต่าง ๆ เสริมระบบประปาเช่นกัน ขณะที่ภูเก็ตมีแหล่งกักเก็บน้ำแต่ไม่เพียงพอ จึงต้องดึงน้ำจากขุมเหมืองเก่ามาใช้เพิ่มเติม แต่กระนั้นบางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำในเขื่อนมีน้อยมาก เช่น เขื่อนอุบลรัตน์เหลือน้ำใช้การได้ 2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนต้องใช้น้ำก้นเขื่อนเมื่อวันที่ 2 เมษายน แต่ในปีนี้ใช้น้ำก้นเขื่อนวันที่ 20 เมษายน ซึ่งบอกให้รู้ว่ายังไม่แล้งมากเหมือนปีก่อน

สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำนั้น อธิบดีกรมชลประทาน อธิบายว่า ต้องเริ่มจากการมีส่วนร่วมของชาวบ้านเพื่อให้เกิดความร่วมมือซึ่งกันและกัน เช่น การปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยตามคำแนะนำของทางราชการ กำหนดพื้นที่ปลูกและระยะการเก็บเกี่ยวให้ชัดเจน เพื่อให้กรมชลประทานนำมาคำนวณว่า จะต้องส่งน้ำไปให้มากน้อยเพียงใด ยาวนานเท่าไหร่ และปริมาณน้ำที่กักเก็บไว้จะมีเพียงพอหรือไม่ จากนั้นจะกำหนดวงรอบการส่งน้ำและติดตามไม่ให้ถูกแอบสูบระหว่างทาง จนน้ำส่งไปไม่ถึงพื้นที่ปลายน้ำ 

แต่อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือของเกษตรกรเป็นกลไกสำคัญที่สุดสร้างความสำเร็จ จนทำให้ไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำ เช่น โครงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ปรากฏว่า มีเกษตรกรมาลงทะเบียน 7 แสนไร่ เกษตรกรกลุ่มนี้จะผ่านฤดูแล้งไปได้อย่างสบายๆ

ส่วนแผนระยะยาว กรมชลประทาน พบว่า สภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเลขสถิติย้อนหลังที่เคยเก็บไว้ ไม่สามารถนำมาใช้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะในปีเดียวกัน บางพื้นที่ประสบภัยแล้ง และอีกหลายพื้นที่ประสบอุทกภัย ฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด เช่น กำหนดระดับเก็บกักน้ำเฉพาะเจาะจงแต่ละเขื่อนให้สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน เพื่อรองรับความผันผวนของสภาพอากาศ

นอกจากนี้ยังเร่งขับเคลื่อนแผนอนาคต 6 ยุทธศาสตร์ ดำเนินโครงการน้ำขนาดใหญ่ เช่น โครงการผันน้ำลำน้ำยวม เติมเขื่อนภูมิพล  ในปีนี้ได้เริ่มสำรวจพื้นที่เพื่อออกแบบระบบท่อและอุโมงค์ใต้ภูเขา คาดว่าใช้เวลา 5-6 ปีก็น่าจะแล้วเสร็จทั้งโครงการและสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำให้กับพื้นที่ภาคกลางเป็นอย่างมาก

 
ที่มา: เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/regional/701320?fbclid=IwAR2KVowEgcBvjXzKNRcXfvmkclwRfmPKME_tbgFXekMDFtXebfjAGYcvgEg