ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« October 2019 »
S M T W T F S
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31

กิจกรรม

ข่าว

รายได้เกษตรกรยังหวั่นไหว ธ.ก.ส. คาดราคาสินค้ามีทั้งขึ้นและลง (ข่าววันที่ 4 ตุลาคม 2562)
ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือน ต.ค. ทั้งข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกหอมมะลิ น้ำตาลทรายดิบ ปาล์มน้ำมัน ราคาเพิ่มขึ้น แต่ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางแผ่นดิบ มันสำปะหลัง สุกร กุ้งขาวแวนนาไม ราคาปรับตัวลดลง

นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ราคาสินค้าเกษตรเดือน ต.ค. 2562 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. คาดการณ์ว่า ราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.25-4.44 อยู่ที่ 7,935-8,185 บาท/ตัน เนื่องจากประเทศฟิลิปปินส์ประสบปัญหาข้าวขาดตลาด ทำให้ข้าวภายในประเทศมีราคาสูงมาก จึงได้ประกาศยกเลิกการจำกัดปริมาณการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้ส่งออกข้าวไทยที่จะส่งข้าวไปขายเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 1.37-2.63 อยู่ที่ 16,832-17,041 บาท/ตัน เนื่องจากปัญหาอุทกภัยในแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่สำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง
 
ด้านน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 2.50-5.70 อยู่ที่ 11.36-11.72 เซนต์/ปอนด์ (7.69-7.93 บาท/กก.) เนื่องจากการปรับลดประมาณการผลผลิตน้ำตาลของบราซิลในปี 2562/63 ทางภาคกลางและใต้ลดลง คงเหลือ 25.7 ล้านตัน จากคาดการณ์เดิม 27.8 ล้านตัน (JOB Economia et Planejamento, กันยายน 2562) และได้ปรับเพิ่มผลผลิตเอทานอลเป็น 30.7 พันล้านลิตร จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 28.5 พันล้านลิตร ส่งผลให้เกิดการเข้าซื้อน้ำตาลคืนจากตลาดของกลุ่มกองทุนและนักเก็งกำไร
 
ขณะที่ปาล์มน้ำมัน ราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนร้อยละ 0.38 - 1.94 อยู่ที่ 2.58 - 2.63 บาท/กก. เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลในการเร่งรับซื้อน้ำมันปาล์มเพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า จะเป็นการช่วยลดปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มลง และเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ทิศทางราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ด้านสินค้าเกษตรที่จะมีราคาลดลง ได้แก่ ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาลดลงจากเดือนก่อน ร้อยละ 1.63-4.99 อยู่ที่ 13,529-14,009 บาท/ตัน เนื่องจากผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดและมีการนำเข้าข้าวเหนียวบริเวณชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
 
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 1.00-1.50 อยู่ที่ 7.36-7.40 บาท/กก. เนื่องจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์รุ่น 1 ยังมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศที่ความชื้นสูง ส่งผลให้คุณภาพข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง
 
สำหรับ ยางพาราแผ่นดิบ ราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.60 – 2.39 อยู่ที่ 37.15 – 37.83 บาท/กก. เนื่องจากคาดว่าปริมาณผลผลิตในเดือนตุลาคมจะออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการกรีดยางพารา ประกอบกับสถานการณ์เงินบาทยังคงแข็งค่า และเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้ยางพาราลดลง อย่างไรก็ตาม มาตรการประกันรายได้ชาวสวนยางพาราและมาตรการอื่น ๆ ของรัฐบาล อาทิ การส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคายางพาราปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
 
ด้านมันสำปะหลัง ราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.61 - 4.32 อยู่ที่ 1.61 -1.55 บาท/กก. เนื่องจากปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังทยอยออกสู่ตลาดต่อเนื่อง ขณะที่คุณภาพมันสำปะหลังลดลงจากปัญหาอุทกภัยและโรคใบด่าง
 
สำหรับสุกร ราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 3.22 – 4.46 อยู่ที่ 63.25 – 64.07 บาท/กก. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ทำให้ประชาชนไม่กล้าบริโภคเนื้อสุกร ประกอบกับเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ ทำให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง และกุ้งขาวแวนนาไม ราคาลดลงจากเดือนก่อนร้อยละ 0.62 – 3.03 อยู่ที่ 120.50 – 123.50 บาท/กก. เนื่องจากสถานการณ์เงินบาทยังคงแข็งค่า เป็นแรงกดดันให้การส่งออกกุ้งไทยลดลง และเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ ส่งผลให้ความต้องการบริโภคกุ้งในประเทศลดลง ขณะที่ปริมาณกุ้งออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
 
 
ที่มา: โพสต์ทูเดย์
https://www.posttoday.com/finance-stock/news/602659