ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« March 2019 »
S M T W T F S
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31

กิจกรรม

ข่าว

ส.ป.ก.ผนึก 8 หน่วยงานยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร (ข่าววันที่ 27 ธันวาคม 2561)
ส.ป.ก. ผนึกกำลัง 8 หน่วยงาน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร อยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การบูรณาการพัฒนาพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ร่วมกับ 8 หน่วยงาน ได้แก่กรมชลประทาน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ของ ส.ป.ก. ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือเพื่อบูรณาการแผนงานการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็นในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน พื้นที่ยึดคืนตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 36/2559 และพื้นที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และการใช้ประโยชน์ของที่ดิน นอกจากนี้ ยังรวมถึงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพด้านเกษตรกรรม การจัดสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมให้กับเกษตรกรที่ได้รับการจัดที่ดินให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีรายได้ที่มั่นคง

ขณะนี้ ทาง ส.ป.ก. ได้ดำเนินการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรแล้ว 72 จังหวัด 723 อำเภอ 3,605 ตำบล จำนวนกว่า 2.85 ล้านครัวเรือน บนเนื้อที่กว่า 36 ล้านไร่ โดยจะจัดสรรให้เกษตรกรเข้าทำกินและอยู่อาศัยในลักษณะแปลงรวมในรูปแบบสหกรณ์การเกษตร ตามนโยบายจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล จำนวน 35,046 ไร่ ในพื้นที่ 13 จังหวัด คือ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ สระแก้ว ชลบุรี สุราษฎร์ธานี กาญจนบุรี นครราชสีมา ชุมพร เชียงใหม่ สงขลา กำแพงเพชร เชียงราย และราชบุรี

ด้านดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวถึง การลงนาม MOU ในครั้งนี้ว่า เนื่องจากพื้นที่ในเขตปฏิรูปที่ดินส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมอาศัยน้ำฝนและสภาพดินขาดความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงการดำเนินงานของ ส.ป.ก. เพียงหน่วยงานเดียวในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคที่จำเป็น ด้วยงบประมาณที่จำกัดทำให้การดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปอย่างล่าช้า ดังนั้น เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปด้วยความรวดเร็วและให้พี่น้องเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส.ป.ก. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคือ การสร้างบ้าน การปรับพื้นที่ การขยายเขตไฟฟ้าเข้าชุมชน การสร้างถนนเข้าชุมชนและแปลงเกษตร การขุดสระน้ำ ตลอดจนส่งเสริมอาชีพ เพื่อทำให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีรายได้มั่นคงจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมภายในไม่เกิน 20 ปี

 
ที่มา: เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/article/684789