ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« November 2018 »
S M T W T F S
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30

กิจกรรม

ข่าว

ยันไม่พบโรคใบด่างมันสำปะหลังในไทย (ข่าววันที่ 1 พฤศจิกายน 2561)
"อธิบดีกรมวิชาการเกษตร" ยันไม่พบโรคใบด่างมันสำปะหลังในไทย แต่การระบาดในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่องในไทยด้วย สั่งเฝ้าระวังพื้นที่ตามแนวชายแดน 12 จังหวัดเป็นพิเศษ ย้ำเกษตรกรหมั่นสำรวจแปลง หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งกรมวิชาการเกษตร
เมื่อวันที่ 1 พ.ย.นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวยืนยันว่า ยังไม่พบโรคใบด่างมันสำปะหลังจากเชื้อไวรัส Sri Lankan Cassava Mosaic Virus (SLCMV) ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงโดยใบมันสำปะหลังจะด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง และมีขนาดเล็กลง ยอดที่แตกใหม่แสดงอาการด่างเหลือง ลำต้นแคระแกรน ที่สำคัญคือ จะทำให้หัวมันเล็กฝ่อลง ผลผลิตมันสำปะหลังเสียหายถึงร้อยละ 80 -100 เตือนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในทุกภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดในแถบภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวชายแดนได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ สระแก้ว จันทบุรี และตราดสำรวจแปลงปลูกมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ ด้วยขณะนี้พบการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลังอย่างรุนแรงในประเทศเพื่อนบ้าน หากพบต้นมันสำปะหลังแสดงอาการใบด่างเหลือง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่วิชาการเกษตรและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการการเกษตรในพื้นที่ทันที เพื่อจะได้ตรวจสอบ หากเป็นโรคใบด่างจะได้กำจัดทิ้งเพื่อควบคุมการะบาด
 
ข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวัง (วอร์รูม) โรคใบด่างมันสำปะหลังของกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า จากที่ได้ประกาศให้ให้พื้นที่หมู่ที่ 3และหมู่ที่ 6 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นเขตควบคุมศัตรูพืชซึ่งสำรวจพบต้นมันสำปะหลังที่มีอาการคล้ายโรคใบด่างจำนวน 22 ต้นในพื้นที่ 906 ไร่ ซึ่งได้ถอนทำลายต้นที่แสดงอาการใบด่างทั้งหมด อีกทั้งควบคุมการนำพืช ศัตรูพืช หรือพาหะออกไปนอกหรือนำเข้ามาในเขตควบคุมศัตรูพืชพื้นที่ทั้ง 2 หมู่บ้านตามประกาศและพบต้นที่มีอาการใบด่างคล้ายโรคใบด่างอยู่อีก 2 จังหวัดคือ สุรินทร์และศรีสะเกษ แต่พบต้นมันที่ผิดปกติจำนวนไม่มากจึงยังไม่ประกาศกำหนดเขตควบคุมศัตรูพืช แต่ทำลายต้นทิ้งแล้วเช่นกัน จากนั้นเข้าไปตรวจสอบแปลง รวมถึงรอบแปลงที่พบต้นแสดงอาการรัศมี 5 กิโลเมตรทุก 2 สัปดาห์ ขณะนี้ยังไม่พบการระบาดเพิ่มทั้งนี้ได้นำส่งห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตรตรวจสอบเชื้อสาเหตุพบว่า เป็นเชื้อ Cassava mosaic virus แต่จะต้องตรวจสอบยืนยันให้แน่ชัดว่า เป็นสายพันธุ์ Sri Lankan (SLCMV) หรือไม่ จึงได้ส่งตรวจยังห้องปฏิบัติการในต่างประเทศ คาดว่า จะทราบผลในอีกไม่กี่วัน
 
แต่ทั้งนี้การที่ต้นมันสำปะหลังติดเชื้อไวรัสสกุลนี้ซึ่งทำให้ใบด่างเหลืองจนไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ จะส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของหัวมัน แต่ความรุนแรงมากน้อยต่างกันขึ้นกับสายพันธุ์ของเชื้อ สำหรับการกำจัดแมลงพาหะคือ แมลงหวี่ขาวยาสูบ เกษตรกรสามารถใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ ส่วนการพิจารณาทำลายทิ้งว่าจะ ทำลายเฉพาะต้นที่แสดงอาการหรือทำลายยกแปลงขึ้นกับการกระจายของต้นที่แสดงอาการและการกระจายตัวของแมลงหวี่ขาว หากเกษตรกรพบต้นที่แสดงอาการใบด่างเหลืองหรือมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนเฝ้าระวังโรคใบด่างมันสำปะหลัง 0-2579-8516 สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร
 
ทางด้านนายธำรงค์เดช อินทนิเวศน์ อนุกรรมการแป้งมันสำปะหลัง สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทยกล่าวว่า มั่นใจว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะสามารถป้องกันการระบาดของโรคใบด่างได้ เนื่องจากขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำหนังสือแจ้งเตือนหนังสือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดให้ประสานงานกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด ด่านศุลกากร ด่านกักพืชให้เฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าท่อนพันธุ์ตามช่องทางแนวชายแดนเพราะอาจมีเชื้อไวรัสและแมลงหวี่ขาวติดมาได้
 
"การระบาดของโรคใบด่างในประเทศเพื่อนบ้านส่งผลให้ผลผลิตมันสำปะหลังลดลง ปัจจุบันไทยต้องการใช้มันสำปะหลังเพื่อมาแปรรูป 40 ล้านตันต่อปี แต่ผลิตได้ปีละ 29.9 ล้านตัน จึงต้องนำเข้าหัวมันจากประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อประเทศเพื่อนบ้านผลผลิตไม่เพียงพอก็หันกลับมาสั่งซื้อหัวมันจากไทย ทำให้อุตสาหกรรมผลิตแป้งมันได้รับผลกระทบมากที่สุดเพราะโรงแป้งใช้ผลผลิตปีละ 26-27 ล้านตัน มากกว่าอุตสาหกรรมอื่นทั้งอาหารสัตว์ เอทานอล มันเส้นรวมกัน คาดว่า จะมีผลให้ปีนี้การส่งออกแป้งมันลดลง" นายธำรงค์เดชกล่าว
 
สำหรับราคามันสำปะหลังสดที่เชื้อแป้งร้อยละ 25 ปรับขึ้นไปเป็นกิโลกรัมละ 3 บาท จากสัปดาห์ที่แล้วอยู่ที่ 2.98 บาท จากราคาที่ปรับสูงขึ้นทำให้เกรงว่า เกษตรกรจะเร่งขุดหัวมันอ่อนอายุ 6-7 เดือนซึ่งเชื้อแป้งน้อยมาขาย อีกทั้งทางสมาคมมันสำปะหลังทั่วประเทศได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรที่พบต้นมันมีอาการผิดปกติให้แจ้งภาครัฐ เนื่องจากหากไม่แจ้ง แต่ขุดมาขายให้โรงงานเพราะราคาดี จะเสี่ยงทำให้โรคลุกลาม ดังนั้นขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
 
 
ที่มา: เดลินิวส์
https://www.dailynews.co.th/politics/674646