ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« November 2018 »
S M T W T F S
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30

กิจกรรม

ข่าว

มันสำปะหลังราคาพุ่ง!! สหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด ใช้ระบบน้ำหยดแก้วิกฤติขาดแคลนน้ำ (ข่าววันที่ 19 กันยายน 2561)
สหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด เผยธุรกิจรวบรวมมันสำปะหลังปีนี้ไปได้ดี หลังใช้ระบบน้ำหยด ประเมินการตลาดเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ส่งสินค้าป้อนตลาดไม่ทัน เหตุยังขาดเครื่องอบมัน-ลานตากน้อย เตรียมเลือกใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่ให้แป้งเยอะ หวังต่อยอดผลิตเชื้อเพลิงในอนาคต

สหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด เผยธุรกิจรวบรวมมันสำปะหลังปีนี้ไปได้ดี หลังส่งเสริมให้สมาชิกหันปลูกมันสำปะหลังระบบน้ำหยด แก้ปัญหาภัยแล้ง ส่งผลทำให้ผลผลิตงอกงาม 5-7 ตันต่อไร่ ไม่ต้องลงทุนเยอะส่งผลทำให้ ต้นทุนต่ำ และประหยัดเวลา ประเมินสถานการณ์ด้านตลาดยังเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ส่งสินค้าป้อนตลาดไม่ทัน เหตุยังขาดเครื่องอบมัน- ลานตากน้อย เตรียมส่งเสริมเกษตรกรหันมาปรับเปลี่ยนเลือกใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่ให้ แป้งเยอะ หวังต่อยอดผลิตเชื้อเพลิงในอนาคต

นางสมควร ชมเชย ผู้จัดการสหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด จังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ปัจจุบันสมาชิกสหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด ปลูกมันสำปะหลังทั้งหมด 4,000-5,000 ไร่ ที่ผ่านมาพื้นที่เพาะปลูกมีความแห้งแล้ง ทำให้ใช้เวลาในนานกว่าจะให้ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ยังมีปริมาณต่ำไม่คุ้มกับต้นทุนของเกษตรกร รวมถึงยังยังประสบปัญหาถูกกดราคารับซื้อจากพ่อค้าคนกลาง และบางครั้งไม่มารับซื้อตามที่ได้ตกลงกันไว้ ทำให้มันสำปะหลังเกิดความเสียหาย ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอกับการลงทุนที่เสียไป จากปัญหาดังกล่าว ทำให้สหกรณ์ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอให้มาสนับสนุนเรื่องแหล่งน้ำและดูแลเรื่องสภาพดินในแปลงเพาะปลูก โดยให้ความรู้แก่สมาชิกเกี่ยวกับการปลูกมันสำปะหลัง โดยส่งเสริมการใช้ระบบน้ำหยด เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ และการรับซื้อมันสำปะหลังในราคาที่ยุติธรรม สหกรณ์จึงจัดสรรเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้สมาชิกกู้ยืมไปซื้ออุปกรณ์ทำน้ำหยด เพื่อต่อเข้าไร่มันของตัวเอง ซึ่งเมื่อสมาชิกได้ทดลองใช้ระบบน้ำหยดแล้ว ปรากฏว่าส่วนใหญ่ได้ผลผลิตดี ระยะเวลา 1 ปี ได้ผลผลิต 5-6 ตัน ถ้าเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนที่ยังไม่มีระบบน้ำหยด เกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง 2 ปี จะได้ผลผลิตเพียง 3 ตันเท่านั้น ดังนั้น ระบบน้ำหยดจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถปลูกมันสำปะหลังได้ผลผลิตดี มีคุณภาพได้มาตรฐานและสามารถปลูกมันสำปะหลังได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ต้องรอหน้าฝน ทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นลดระยะเวลาการเพาะปลูกลง ส่งผลทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง และมีรายได้มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา สำหรับตลาดรับซื้อมันสำปะหลังมีแนวโน้มดีอย่างต่อเนื่อง ตลาดหลัก ๆ จะเน้นแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาดส่งขายให้กับโรงงานอาหารสัตว์และเอกชนรายย่อย แต่ขณะนี้สหกรณ์ยังไม่มีอุปกรณ์ที่สามาถใช้แปรรูปมันเส้นได้เพียงพอ ทำให้ผลิตไม่ทันตามความต้องการของตลาด

"อยากให้รัฐบาลส่งเสริมในเรื่องอุปกรณ์การตลาด เพราะเราดำเนินธุรกิจรวบรวมผลผลิตและแปรรูปมันเส้นสะอาดเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์แบบครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมพัฒนาการปลูกมันสำปะหลังระบบน้ำหยด การรับซื้อหัวมันสดจากสมาชิก แต่มีอุปกรณ์สำหรับแปรรูปผลผลิตมันสำปะหลังโดยเฉพาะเครื่องอบมันยังมีไม่ เพียงพอที่จะรองรับปริมาณผลผลิตได้ทั้งหมด ผลผลิตส่วนใหญ่ทางสหกรณ์จึงทำได้แค่รวบรวมแล้วส่งขายต่อให้กับบริษัทเอกชน ซึ่งมันไม่ได้มูลค่าเพิ่มเลย แต่ถ้าสามารถนำมาแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาดได้ ก็จะสร้างมูลค่าเพิ่มและขายได้ราคาดีกว่า ปัจจุบันอุปกรณ์และลานตากมันสำปะหลังมีไม่เพียงพอ ทำให้ผลิตมันเส้นส่งขายให้โรงงานอาหารสัตว์ได้ไม่มากนัก แต่สหกรณ์ก็พยายามที่จะช่วยเหลือสมาชิกเต็มที่ ล่าสุดไปติดต่อกรมปศุสัตว์เพื่อให้เข้ามาส่งเสริมการนำใบมันมาหมักเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงวัว ทั้งนี้ ในอนาคตถ้าสหกรณ์มีเครื่องอบมัน ก็จะรับซื้อเหง้ามันมาผลิตเชื้อเพลิง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่ามันสำปะหลัง เนื่องจากสามารถขายได้ตั้งแต่ใบยันราก"ผู้จัดการสหกรณ์นิคมนครชุม จำกัด กล่าว

นางสมควร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากอดีตจนถึงปัจจุบันธุรกิจของสหกรณ์มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะสหกรณ์ได้ส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังด้วยระบบน้ำหยดและสหกรณ์รวบรวมผลผลิตนำมาแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาด ซึ่งตลาดยังมีความต้องการจำนวนมาก ทำให้ขายง่ายและได้ราคาดี ในอนาคตสหกรณ์จะส่งเสริมให้สมาชิกเปลี่ยนท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง โดยเลือกใช้พันธุ์ที่ให้แป้งมากกว่าพันธุ์เดิมที่เคยใช้ เพราะเมื่อนำมาหั่นแล้วจะได้มันเส้นและแป้งเยอะ เนื่องจากบริษัทคู่ค้าที่รับซื้อต้องการใช้มันสำปะหลังที่ให้แป้งเยอะ และให้ราคารับซื้อดีกว่า ทั้งนี้ ในอนาคตสมาชิกจะปลูกพืชหลากหลายมากขึ้น เพราะมีระบบน้ำที่ดี ซึ่งทางสหกรณ์จะส่งเสริมเกษตรกรเพิ่มเติมเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากเดิมทีสหกรณ์ซื้อมันจากสมาชิกมาหั่นขายเอง แต่ต่อไปจะให้สมาชิกหั่นมันเองจากไร่ แล้วเอามันเส้นมาส่งให้สหกรณ์ ซึ่งจะขายได้ราคาเพิ่มขึ้นมากกว่าขายเพียงมันหัวอย่างเดียว


 
ที่มา: สยามรัฐ
https://siamrath.co.th/n/46887