ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« November 2018 »
S M T W T F S
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30

กิจกรรม

ข่าว

เตือนเกษตรกร!!! เฝ้าระวังการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง (ข่าววันที่ 18 กันยายน 2561)
กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ หากพบต้นมันสำปะหลังแสดงอาการโรคไวรัสใบด่าง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดทันที พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างส่งให้กรมวิชาการเกษตรตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคใบด่างจริงหรือไม่

โรคใบด่างมันสำปะหลัง เป็นศัตรูพืชสำคัญที่ทำความเสียหายให้กับพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในประเทศกัมพูชา ซึ่งมีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย และมีความเสี่ยงสูงที่โรคใบด่างมันสำปะหลัง จะเข้ามาระบาดและทำความเสียหายให้กับผลผลิตมันสำปะหลังในประเทศไทยโดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ สระแก้ว และจังหวัดใกล้เคียงที่มีพรมแดนใกล้กับประเทศกัมพูชา จึงมีความจำเป็นที่หน่วยงานภาครัฐทั้งกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคใบด่างมันสำปะหลังอย่างต่อเนื่อง และเกษตรกรเองต้องหมั่นติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเพื่อเตรียมการป้องกันก่อนเกิดการระบาดในพื้นที่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง สามารถติดไปกับท่อนพันธุ์หรือต้นพันธุ์มันสำปะหลังได้ อีกทั้งยังมีแมลงพาหะนำโรคที่สามารถอพยพเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่างๆ ได้ง่าย

กรมส่งเสริมการเกษตร แนะนำให้เกษตรกรสำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เมื่อเริ่มพบต้นมันสำปะหลังแสดงอาการใบด่างเหลือง ใบเสียรูปทรง และมีขนาดเล็กลง ยอดที่แตกใหม่แสดงอาการด่างเหลือง ลำต้นแคระแกร็น ให้แจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ หรือสำนักงานเกษตรจังหวัด เพื่อกำหนดแนวทางการควบคุมและดำเนินการป้องกันกำจัดทันทีพร้อมทั้งเก็บตัวอย่างต้องสงสัยต้นโรคไวรัสใบด่างมันสำปะหลังส่งให้กรมวิชาการเกษตรตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคไวรัสใบด่างจริงหรือไม่ ซึ่งหากเกิดการระบาดอาจทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังเสียหายมากกว่า 80-100 เปอร์เซ็นต์ ทำการเพาะปลูกเลือกใช้พันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ หรือจากต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่ไม่แสดงอาการของโรค

หากพบต้นมันสำปะหลังแสดงอาการของโรคให้ขุดหรือถอนต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลายที่พบการระบาดของโรคไปสู่แหล่งที่ยังไม่เคยพบการระบาด รวมถึงการกำจัดพืชอาศัยของเพลี้ยจักจั่น ซึ่งเป็นแมลงพาหะนำโรคพุ่มแจ้ เช่น ต้นสาบม่วงและหลีกเลี่ยงการปลูกพืชอาศัยของโรคใบด่างมันสำปะหลัง เช่น สบู่ดำ ละหุ่ง และพืชอาศัยของแมลงหวี่ขาวยาสูบ ซึ่งเป็นแมลงพาหะนำโรคใบด่างมันสำปะหลัง เช่น กะเพรา โหระพา ผักชีฝรั่ง พริก มะเขือเปราะ มันฝรั่งและพืชตระกูลถั่ว

ส่วนแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรปฏิบัติดังนี้

1. ห้ามนำเข้าท่อนพันธุ์ หรือส่วนขยายพันธุ์จากต่างประเทศ
2. ใช้พันธุ์จากแหล่งที่ปลอดโรค หรือจากต้นพันธุ์มันสำปะหลังที่ไม่แสดงอาการของโรค
3. สำรวจแปลงมันสำปะหลังอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
4. หากพบต้นมันสำปะหลังแสดงอาการใบด่าง ให้ขุดหรือถอนต้นที่เป็นโรคไปเผาทำลายนอกแปลง และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมวิชาการเกษตรโดยทันที
5. หลีกเลี่ยงการขนย้ายท่อนพันธุ์จากแหล่งที่มีโรคไปสู่แหล่งที่ยังไม่เคยมีการระบาด
6. กำจัด หรือหลีกเลี่ยงการปลูกพืชอาศัยของโรคใบด่างมันสำปะหลัง เช่น สบู่ดำ ละหุ่ง และพืช
7. กำจัดแมลงพาหะ เช่น แมลงหวี่ขาวยาสูบ
 
ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร หมายเลขโทรศัพท์
0-2955-1514 , 0-2955-1626 หรือ https://www.doae.go.th/doae/upload/files/Cassava_Mosaic%20Virus_060661.pdf
 
 
ที่มา: มติชนออนไลน์
https://www.matichon.co.th/publicize/news_1135338