ยินดีต้อนรับเข้าสู่ สังคม แป้งมันสำปะหลัง จุดเริ่มต้นของการไปสู่การพัฒนาการรวมกลุ่มธุรกิจ ซึ่งเป็นความร่วมมือภายในกลุ่มอุตสาหกรรมแป้งมันสำปะหลังไทย
EN TH

« August 2020 »
S M T W T F S
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31

กิจกรรม

ข่าว

โรคใบด่างลามมันขาดตลาดจีนชอร์ตของ-งัดกม.ป้องท่อนพันธุ์ (ข่าววันที่ 28 มิถุนายน 2563)
4 สมาคมมันสำปะหลัง ยกขบวนจี้พาณิชย์ เร่งแก้วิกฤตชอร์ตซัพพลายมันสำปะหลังครั้งใหญ่จากโรคใบด่างลามไม่หยุด 30 จังหวัด คาดผลผลิตปี’63/64 วูบเหลือไม่ถึง 20 ล้านตัน สวนตลาดส่งออกจีนต้องการใช้ผลิตแอลกอฮอล์พุ่ง 12 ล้านตัน หลังสต๊อกข้าวโพดจีนลด

นายเติมศักดิ์ บุญชื่น ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผลจากการแพร่ระบาดของโรคใบด่างทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังไทยปี 2562/2563 ลดลงเหลือประมาณ 20-22 ล้านตัน จากที่คาดไว้ 28 ล้านตัน และมีแนวโน้มว่าผลผลิตปี 2563/2564 อาจจะไม่ถึง 20 ล้านตัน หากไม่สามารถควบคุมการระบาดโรคได้ ซึ่งในขณะนี้ความรุนแรง ได้กระจายไปแล้ว 30 จังหวัด เช่น นครราชสีมา สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา เป็นต้นสร้างความเสียหายไป 60-70% ของพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังทั่วประเทศ 50 จังหวัด 8 ล้านไร่ โดยโรคดังกล่าวได้สร้างความเสียหายให้ผลผลิตต่อไร่ลดลงกว่า 80-100% จากปกติผลิตได้ 3 ตัน จะเหลือ 1 ตันต่อไร่

ทางกลุ่มเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ จัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาโรคใบด่าง พร้อมทั้งการบังคับใช้กฎหมายกักกันพืช เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยเฉพาะจากการขนย้ายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังที่ติดโรค ซึ่งปัจจุบันที่ยังไม่เป็นระบบและมีช่องโหว่เช่น การขนย้ายระหว่างอำเภอในจังหวัดเดียวกันไม่ต้องขออนุญาต
 
โดยผลจากการระบาดทำให้ขาดแคลนท่อนพันธุ์มันสำปะหลังปลอดเชื้อ และราคาท่อนพันธุ์ปรับสูงขึ้นเป็นท่อนละ 3-5 บาท จากปกติท่อนละ 50 สตางค์ ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้มีการขายท่อนพันธุ์ที่ติดโรคไปด้วย ดังนั้น รัฐต้องเร่งจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกรที่ทำลายมันสำปะหลังที่ติดโรคโดยเร็ว เพราะยิ่งล่าช้าจะเป็นเหตุทำให้เกษตรกรไม่ยอมทำลายมันสำปะหลังที่ติดเชื้อ และยิ่งทำให้การแพร่ระบาดของโรคกระจายไปมากขึ้น
 
นายบุญชัย ศรีชัยยงพานิช นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า ผลเสียหายของโรคนี้ทำให้คาดว่าปริมาณผลผลิตมันสำหลังปีการผลิต 2563/2564 จะมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งโดยปกติไทยจะใช้หัวมันแปรรูปประมาณ 40 ล้านตัน ซึ่งแต่ละปีผลิตได้ 30 ล้านตัน ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 10 ล้านตัน แต่ปีนี้ประเทศเพื่อนบ้านทั้งกัมพูชาและลาวก็ประสบปัญหาเช่นกัน
 
“ทาง 4 สมาคมมันสำปะหลังได้พบกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อรักษาตลาดมันสำปะหลังไว้ โดยเฉพาะตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักทั้งมันเส้นและแป้งมัน คาดว่าต้องการนำเข้ามันเส้นประมาณ 12 ล้านตัน แต่ปีนี้สต๊อกข้าวโพดจีนลดลงมีแนวโน้มต้องการใช้มากขึ้น หากแก้ไขปัญหาไม่ได้เท่ากับเสี่ยงที่จะเสียโอกาสในการทำตลาด”
 
นายสมบูรณ์ วัฒนวานิชย์กุล นายกสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จีนมีแนวโน้มจะนำเข้ามันเส้นจากไทยมากขึ้นถึง 9 ล้านตัน จากที่เคยนำเข้า 5-6 ล้านตัน เพราะมีความต้องการมันเส้นไปใช้ผลิตแอลกอฮอล์ทดแทนข้าวโพดมากขึ้น ซึ่งเดิมจีนเคยมีสต๊อกข้าวโพดมาใช้ผลิตแอลกอฮอล์ถึง 270 ล้านตัน แต่จนถึงปัจจุบันระบายสต๊อกข้าวโพดจนเหลือเพียง 50 ล้านตัน ส่งผลให้ราคาข้าวโพดจีนสูงขึ้นตันละ 2,200 หยวน ขณะที่ราคาแอลกอฮอล์จากตันละ 5,300 หยวนขึ้นไปถึง 6,000 หยวน ส่วนราคามันเส้นล่วงหน้าขายได้ในราคาถึงตันละ 230 เหรียญสหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มที่ราคามันเส้นจะดีขึ้น
 
“ไทยต้องเร่งแก้ปัญหาโรคใบด่าง เพราะยังมีตลาดส่งออกอีกมาก หากแก้ไม่ได้ โอกาสที่ประเทศไทยจะสูญเสียตลาดก็มีมากเช่นกัน เพราะอาจจะถูกทดแทนโดยพืชคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น เช่น ข้าวสาลี  ข้าวบาร์เลย์ จากตลาดยุโรปได้ในอนาคต”
 
นางอำไพ จารุวัฒน์กุล อุปนายกสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย กล่าวว่า ปัญหาผลผลิตมันสำปะหลังลดลงจะส่งผลให้ปริมาณแป้งมันเข้าสู่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องลดลง จากปกติหัวมันสด 24 ล้านตัน ผลิตแป้งมัน 5-5.5 ล้านตัน และหากปริมาณหัวมันสดลดลง เชื่อว่าปริมาณแป้งมันก็จะลดลงตามไปด้วย
 
ขณะที่ความต้องการใช้แป้งมันทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนยังแนวโน้มสูงขึ้น ทางสมาคมกังวลว่าผู้นำเข้าอาจคิดค้นหาวัตถุดิบเข้ามาทดแทนแป้งมันได้ เช่น แป้งข้าวโพด แป้งมันฝรั่ง และเมื่อเปลี่ยนวัตถุดิบและปรับระบบเครื่องจักรรองรับแป้งทดแทนชนิดอื่นไปแล้ว ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อแป้งมันไทยในอนาคต โดยปัจจุบันไทยมีผู้ประกอบการโรงแป้งมันอยู่ประมาณ 100 โรงงาน
 
“ปัญหาโรคใบด่างมีผลต่อเปอร์เซ็นต์เชื้อแป้งที่ได้จากมันสำปะหลังขณะนี้เฉลี่ยที่ 13-15% ซึ่งต่ำกว่าปกติต้องได้ 25% ขึ้นไป จากปัญหาของโรคตลอดระยะเวลา 2 ปี เชื้อแป้งมันสำปะหลังไทยต่ำกว่า 20% อย่างต่อเนื่อง มีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตแป้งสูงขึ้น”
 
 
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ
https://www.prachachat.net/economy/news-483345